3 ตุลาคม 2554

ประวัติ วินดีเซล

บทความใหม่


มาร์ค วินเซนต์ แอ๊คชั่นฮีโร่คนใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 เจ้าของเรือนร่างกำยำน่าเกรงขาม ได้ชื่อที่ใช้ในการแสดง คือ วิน ดีเซล มาจากช่วงที่เขาเป็นคนคุมไนท์คลับแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค วิน ดีเซล คลุกคลีกับหนังมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังในฮอลลีวูดแล้ว หนังสั้นเรื่อง Multi-Facial ที่ดีเซลทั้งเขียนบท, กำกับ, อำนวยการสร้าง, แสดงนำ และลงทุนเอง ไปสะดุดตาผู้กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก เข้า จนสปีลเบิร์กเพิ่มบท พลทหารคาปาร์โซ ในเรื่อง Saving Private Ryan ขึ้นมาเพื่อให้เขาแสดงโดยเฉพาะ




ดีเซลเกิดที่มหานครนิวยอร์ค เขาประเดิมเวทีละครเป็นครั้งแรกใน Theatre for the New City เมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ และคลุกคลีในวงการละครเวทีตลอดช่วงวัยรุ่น เขาเข้าเรียนที่ ฮันเตอร์ คอลเลจ ในสาขาวิชาการเขียนสร้างสรรค์ ซึ่งทำให้เขาเริ่มลองเขียนบทภาพยนตร์ จนกระทั่งในช่วงต้นทศวรรษ 90 เขาจึงเริ่มคลุกคลีในวงการนักสร้างหนังอย่างจริงจัง เริ่มจากการสร้างหนังสั้นเรื่อง Multi-Facial (1994) ที่ได้ร่วมฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 1995 ด้วย จากนั้น ดีเซลจึงเดินหน้าต่อด้วยการสร้างหนังยาวเรื่อง Strays (1997) ที่เป็นหนังดราม่าเกี่ยวกับชีวิตในเมืองใหญ่ ซึ่งเขาร่วมแสดงนำด้วยในบทหัวหน้าแก๊งอาชญากรที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก จนเป็นแรงบันดาลใจให้คิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง นอกจากแสดงนำแล้ว ในเรื่องนี้เขายังเขียนบทเอง กำกับเอง และอำนวยการสร้างเองอีกเช่นเคย หนังได้รับเชิญไปร่วมฉายที่เทศกาลหนังซันแดนซ์ และนำไปสู่การเซ็นสัญญากับเอ็มทีวี ในการนำเรื่องนี้ไปสร้างเป็นหนังซีรีส์

หลังจากความสำเร็จจากหนังฟอร์มใหญ่เรื่อง Saving Private Ryan (1998) ดีเซลได้ร่วมพากย์เสียงเป็นตัวละครนำในหนังแอนิเมชั่นเรื่อง The Iron Giant (1999) จากนั้น เขาแสดงนำประกบกับ เบ็น แอฟเฟล็ค ในหนังดราม่าเรื่อง Boiler Room (2000) โดยรับบทเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในบริษัทนนายหน้าค้าหุ้นที่น่าสงสัยแห่งหนึ่ง ในปีเดียวกันนั้น เขายังปรากฏตัวในหนังไซไฟระทึกขวัญเรื่อง Pitch Black (2000) ที่เขาต้องรับบทต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวกลายพันธุ์


ในปี 2001 ดีเซลแสดงนำในหนังเกรดบีเกี่ยวกับแก๊งรถซิ่ง ในเรื่อง The Fast and the Furious ของ ร็อบ โคเฮน ที่ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย และยังทำให้หลาย ๆ คนเชื่อว่า ดีเซลได้ก้าวมาถึงจุดที่ชื่อของเขาจะเป็นเครื่องรับประกันความสำเร็จของหนังได้แล้ว สำหรับปี 2002 เขากลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ ร็อบ โคเฮน อีกครั้งในเรื่อง XXX ซึ่งเขาสวมบทเป็นอดีตนักกีฬาท้ามฤตยู ที่ถูกชักชวนมาร่วมภารกิจเสี่ยงอันตรายของรัฐบาล.

ในปี 2009 ผลงานภาพยนตร์ใหม่ๆ ของดีเซล ยังรวมถึงการกลับไปรับบทเดิมในภาพยนตร์ภาคต่อของ xXx ที่ทุกคนรอคอย โดยดีเซลจะได้ร่วมงานกับผู้กำกับร็อบ โคเฮน และผู้อำนวยการสร้าง โจ ร็อธ รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง Hannibal the Conqueror ที่ดีเซลจะทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างและแสดงนำด้วย ดีเซลยังจะแสดงนำในภาพยนตร์ตลกโรแมนติคของทัชสโตน เรื่อง Player’s Rules รวมไปถึงภาพยนตร์ของพาราเม้าต์ เรื่อง The Wheelman

5 กันยายน 2554

อยากไปเที่ยว...ประเทศเยอรมันนี

บทความใหม่

ประเทศเยอรมันนี : กรุงเบอร์ลิน  
ชื่อทางการ : สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเมืองหลวง : เบอร์ลิน
ประชากร : 82.4 ล้านคน
ภาษา : เยอรมัน
ศาสนา : 34% คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 34% คริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 3.7% มุสลิม 28.3% ไม่นับถือศาสนาใดหรือนับถือศาสนาอื่น
สกุลเงิน :ยูโร

รหัสโทรศัพท์ นานาชาติ: 49  

อากาศ : ประเทศเยอรมนีมีภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีป นั่นคืออากาศอาจจะร้อนจัดในฤดูร้อนและเย็นเฉียบในฤดูหนาว อย่างไรก็ตามแม้ในฤดูกาลเดียวกันก็มีความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้นในภาคต่างๆอยู่บ้าง ทางตอนเหนือในแถบที่ติดทะเลอากาศจะอบอุ่นกว่าทางใต้ในฤดูหนาว และในฤดูร้อนอากาศก็จะไม่ร้อนจัดจนเกินไป
  อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวแถบตอนเหนือและตอนกลางของประเทศอาจจะแตกต่างกันระหว่าง -1จนถึง 2.5เซลเซียส ในขณะที่ในแถบภูเขาหรือทางตอนใต้ความแตกต่างอาจจะอยู่ระหว่าง -10จนถึง -15เซลเซียล เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนกรกฎาคมซึ่งอุณหภูมิอาจจะสูงถึง 35เซลเซียล
  ประเทศเยอรมนีมี 4 ฤดูกาลคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ฤดูร้อน(มิถุนายน-สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง(กันยายน-พฤศจิกายน)และฤดูหนาว(ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูร้อนเป็นฤดูที่มีฝนตกน้อยที่สุด


การเข้าเมือง  ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ที่มิใช่หนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางทูตต้องได้รับการตรวจลงตราหรือวีซ่า และหนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากวีซ่าหมดอายุ จะต้องเดินทางออกโดยทันที มิฉะนั้น จะถูกจับและดำเนินคดีในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศ และชำระค่าปรับในอัตราที่สูงด้วย
  หญิงไทยที่จะเดินทางมาเยอรมนีเพื่อทำการสมรสให้ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า มาแต่งงาน หากมาท่องเที่ยว ให้ระบุวัตถุประสงค์ว่ามาท่องเที่ยวเพราะผู้ถือวีซ่าประเภทท่องเที่ยวจะมาแต่งงานในเยอรมันไม่ได้      หญิงไทยต้องระมัดระวังการถูกชักจูง โดยขบวนการหลอกลวงผู้หญิงไทยมาขายบริการ โดยใช้วิธีการจ้างชายไทยที่มีวีซ่าถาวร หรือชาวเยอรมันแต่งงานด้วยเพื่อจะได้พำนักอยู่ได้อย่างถูกต้อง และเมื่อมีสิทธิพำนักอยู่ในเยอรมันจะถูกบังคับให้ทำงานขายบริการ โดยรายได้ส่วนใหญ่จะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ จนหญิงไทยแทบไม่เหลือรายได้

คนไทยในเยอรมนีณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 คนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่อย่างถูกต้อง มีจำนวน 50,000 คน ประมาณว่าคนไทยที่อยู่ในเยอรมนี ทั้งถูกและผิดกฎหมายรวมไม่ต่ำกว่า 70,000 คน อาหารไทยเป็นที่นิยมของชาวเยอรมัน จึงมีร้านอาหารไทยตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ทุกเมืองอาทิในเบอร์ลินมีประมาณ80-100 ร้าน



ควรหรือไม่ควรในเยอรมนี1.ชาวเยอรมันรักความสะอาดและความมีระเบียบมาก การทิ้งขยะในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย และแม้จะทิ้งขยะในถังก็ต้องทิ้งให้ถูกต้อง
2.ความเงียบสงบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเยอรมันให้ความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นโปรดรักษาความสงบ การส่งเสียงเอะอะโวยวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ทั้งวัน วันเสาร์ระหว่างเวลา 18.00น.จนถึง 8.00น.และระหว่าง 12.00-15.00น.วันธรรมดาระหว่าง 20.00น.-8.00น.และระหว่าง 12.00น.-15.00น.โดยหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย 3.ชาวเยอรมันขับรถเร็วแต่เคารพกฏหมายอย่างเคร่งครัดและไม่ประนีประนอม ดังนั้นถ้าต้องการขับรถเที่ยวเอง ต้องแน่ใจว่ารู้กฏจราจรจริงๆ


29 สิงหาคม 2554

เที่ยวทะเลแหวก

บทความใหม่

เที่ยวทะเลแหวก


ทะเลแหวก หรืออีกนัยหนึ่งคือ สันทรายโผล่เพราะน้ำลด ทะเลแหวกเกิดจากสันทรายจากเกาะสามเกะคือเกาะไก่ ( เกาะใหญ่ที่เห็นในภาพ ) เกาะหม้อ และ เกาะทับ

       ทั้งสามเกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ มีสันฐาณติดกันเมื่อคลื่นพัดทรายมาพบกันที่จุดนี้จึงทำให้เกิดเป็นแนวสันทรายเชื่อมเกาะทั้งสามเกาะนี้ให้ถึงกัน สันทรายนี้จะจมหายไปเมื่อน้ำขึ้นสูง เมื่อน้ำลดแนวสันทรายก็จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนกับว่าแบ่งทะเลให้แยกออกกันเป็นสามส่วน
 สันทรายจะโผล่ในช่วงที่น้ำทะเลลดต่ำสุด แต่ถึงแม้ว่าสันทรายจะไม่โผล่เราก็สามารถเดินเล่นได้ หาดทรายของทะเลแหวกนี้ขาวสะอาดน่าเล่นน้ำ ทุกครั้งที่น้ำท่วมสันทรายก็เหมือนเป็นการทำความสะอาดหาดทรายไปในตัว ขยะหรือเศษไม้ต่างๆ คลื่นซัดมาติดชายหาดก็จะหายไปตามคลื่นเมื่อน้ำขึ้น

      ทะเลแหวก ควรมาชมในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวทะเลแหวกคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง ต้นพฤษภาคม

จุดเด่น ของการเที่ยวชมทะเลจะแหวกคือการมาชมวิว ถ่ายภาพ ควรหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาล ทะเลแหวกจะมีคนเยอะเดินกันจนแน่นไปหมด

      ถ้าจะมาชมทะเลแหวกให้ประทับใจควรเลือกมาในช่วงวันหยุดธรรมดาๆ นอกจากชมวิวถ่ายภาพทะเลแหวกแล้วที่นี่ยังเป็นอีกชายหาดหนึ่งที่น่าลงเล่นน้ำ

       เพราะมีแนวหาดทรายกว้าง น้ำใส ปลาเยอะ แต่ถ้าจะมาเล่นน้ำก็แนะนำให้มาในช่วงวันหยุดธรรมดา ( เสาร์-อาทิตย์ ) หากมาวันหยุดเทศกาลคนเยอะไม่สนุก

สิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มี


การเดินทาง       ทะเลแหวก ไม่มีเรือโดยสาร การมาเที่ยวเกาะห้องต้องเช่าเรือมา มีทั้งเรือหางยาว และเรือ Speedboat ราคาขึ้นลงตามราคาน้ำมัน ราคาชัวร์ๆ สอบถามได้ที่ท่าเรืออ่าวนาง ประหยัดและสะดวกสำหรับคณะที่มากันเป็นหมู่คณะ

     หรืออีกแบบหนึ่งคือ เที่ยวโดยซื้อแพคเก็จทัวร์ สะดวก ไม่ต้องติดต่ออะไรมาก ตอนเช้ามีรถไปรับถึงโรงแรม ตอนเย็นไปส่งกลับถึงโรงแรม หรือถ้าเดินทางมาโดยรถทัวร์

      ลงรถแล้วรออยู่ที่ท่ารถ บขส. ตอน 8.00 - 8.15 น. จะมีรถไปรับถึงที่ท่ารถ คนเดียวหรือสองคนก็มาได้ รถจะวิ่งรับตามจุดไปเรื่อยๆ แล้วพามาลงเรือที่อ่าวนาง



22 สิงหาคม 2554

บทความใหม่






วัดอรุณราชวราราม หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาพูดว่า วัดแจ้ง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า วัดอรุณ เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และกลายเป็นวัดมะกอกนอกในเวลาต่อมา เพราะได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านเรียกวัดที่สร้างใหม่ว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ) แล้วจึงเรียกวัดมะกอกซึ่งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ว่า วัดมะกอกนอก ส่วนเหตุที่มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งนั้น เชื่อกันว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดแจ้ง แต่ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเพลงยาวหม่อมภิมเสน วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งตั้งแต่เวลานั้นแล้วขึ้นมา
เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับนั้น ทรงเอาป้อมวิชัยประสิทธิ์ข้างฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งตัวพระราชวัง แล้วขยายเขตพระราชฐานจนวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ใน พ.ศ. 2322 ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามใน พ.ศ. 2327
ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งวัด แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 1 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้งต่อมา และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม” ต่อมามีพระราชดำริที่จะเสริมสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้น แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสริมพระปรางค์ขึ้นและให้ยืมมงกุฎที่หล่อสำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระประธานวัดนางนองมาติดต่อบนยอดนภศูล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธารามหลายรายการ และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม” ปัจจุบันเจ้าอาวาสคือพระเทพมงคลรังษี นามเดิม เฉลียว ฉายา ฐิตปุญฺโญ นามสกุล ปัญจมะวัต อายุ ๘๔ พรรษา ๖๕ วุฒิการศึกษา ชั้น ป.๖, น.ธ.เอก, พธ.ม.(กิตติมศักดิ์) เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ตรงกับวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีฉลู ณ ตำบลกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โยมบิดาชื่อ นายเหรียญ ปัญจมะวัต โยมมารดาชื่อ นางลูกอิน ปัญจมะวัต



15 สิงหาคม 2554


  เขาค้อ ดินแดนแห่งขุนเขาและทะเลหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ เหตุที่เรียกเขาค้อเพราะสภาพในป่านั้นมีต้นค้อขึ้นมากกว่าพื้นที่อื่น ภูเขาที่สำคัญในเทือกนี้ได้แก่ เขาค้อ มียอดเขาสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เขาย่า มียอดสูงประมาณ 1,290 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเขาใหญ่สูงประมาณ 865 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล นอกจากนั้นก็มี เขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทราย เขาอุ้มแพ เป็นต้น ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้มีเขตป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบที่น่าสนใจคือ พันธุ์ไม้ ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากแล้วก็ตาม แต่ในเขตเขาค้อก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว เขาค้อยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยือน







บทความใหม่